สรุปประเด็นการลงทุน
ก่อนสัปดาห์วันที่ 27 กันยายน - 1 ตุลาคม 2564
เขียนเมื่อ: 26 September 2021
ประเด็นน่าสนใจ
-
การเคลื่อนไหวรอบสัปดาห์ Dow Jones +0.62%, S&P500 +0.51%, NASDAQ +0.02%, EU STOXX 600 +0.32% (ยุโรป), CSI300 -0.13% (จีน), TOPIX -0.45% (ญี่ปุ่น), SENSEX +1.75% (อินเดีย), VN100 +0.12% (เวียดนาม), SET +0.34%
-
ความกังวลของนักลงทุนคลี่คลายอย่างรวดเร็ว ภายหลังตลาดปรับตัวลงในช่วงต้นสัปดาห์ จากความกังวลเรื่องแนวทางการลดขนาด QE ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และ การผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทใหญ่ในจีน (อ้างอิง1, อ้างอิง2)
-
Fed เปิดเผยว่าตอนนี้ยังไม่มีการตัดสินใจลดการกระตุ้น จนกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจจะเป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตามไม่มีการประกาศเป้าหมายเป็นตัวเลขตายตัว นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการลดขนาดวงเงิน QE น่าจะเริ่มต้นก่อนสิ้นปีนี้ และมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า โดยท่าทีของ Fed ดูไม่ต้องการสร้างความตกใจในตลาดหุ้น ทำให้นักลงทุนยังมองว่าหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนในช่วงนี้ (อ้างอิง1, อ้างอิง2)
-
ความกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของจีน ลดลงอย่างรวดเร็ว ภายหลังนักลงทุนตระหนักว่าผลกระทบจะไม่ร้ายแรง เหมือนวิกฤติตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Subprime Crisis ปี 2008 เนื่องจากผลกระทบไม่เชื่อมโยงซับซ้อน และรัฐบาลจีนน่าจะให้ความช่วยเหลือหากสถานการณ์มีแนวโน้มจะลุกลาม (อ้างอิง1, อ้างอิง2)
-
ไม่พูดถึงไม่ได้ กับการประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ของ SCB ที่จะเปลี่ยนตัวเองไปเป็น Holding company ภายใต้ชื่อ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เพื่อขยายขอบเขตธุรกิจให้กว้างขึ้น โดยเมื่อปรับโครงสร้างแล้วจะแบ่งธุรกิจเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ และ กลุ่ม New Growth โดยตั้งเป้าเป็นบริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับภูมิภาค ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยสุดท้ายแล้ว SCB จะถอนหุ้นออกจากตลาด และจะมีการจดทะเบียน SCBX แทนเพื่อประโยชน์ของท่าน นักลงทุนที่ถือหุ้นของ SCB อย่าลืมไปอ่าน timeline การแปลงหุ้นนะครับ (อ้างอิง1, อ้างอิง2)
-
ไม่ได้พูดถึงมาระยะหนึ่ง สำหรับตลาดหุ้นเวียดนาม ที่สถานการณ์การแพราระบาดของ Covid มีแนวโน้มดีขึ้น และเริ่มผ่อนคลายมาตรการ lockdown แล้ว โดยดัชนีตลาดหุ้นค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา (อ้างอิง1, อ้างอิง2)
การลงทุนน่าสนใจ
-
มุมมองการลงทุนระยะยาวในจีนยังคงเป็นบวก หลังแสดงให้เห็นว่าสามารถควบคุมความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจได้ดี
ดังนั้น นักลงทุนที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในจีนสามารถใช้โอกาสความผันผวนระยะสั้นในช่วงนี้สะสมเพิ่ม แต่นักลงทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนในจีนตามที่ต้องการแล้ว ยังไม่แนะนำให้เพิ่ม เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่รัฐจะการควบคุมไม่ให้บริษัทยักษ์ใหญ่ดำเนินธุรกิจผูกขาดมากเกินไป
กองทุนเด่น เช่น
K-CHINA-A(A) ลงทุนในกลุ่ม All China ที่ครอบคลุมหุ้นจีนขนาดใหญ่ในทุกตลาดทั่วโลก,
KT-ASHARES-A ลงทุนในหุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในประเทศจีน (A-Shares),
WE-CHIG ลงทุนในหุ้นบริษัทจีนขนาดเล็ก-กลาง ที่มีโอกาสเติบโตสูง ไปพร้อมกับการบริโภคในประเทศจีน -
สถานการณ์ Covid ที่คลี่คลายลงในเวียดนาม เป็นจังหวะน่าสะสมเพิ่มสำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนในประเทศผู้ส่งออกสำคัญรายนี้
โดยประมาณการณ์การส่งออกยังแข็งแกร่ง และเป็นเป้าหมายการย้ายฐานการผลิตจากหลายประเทศ
กองทุนเด่น เช่น
PRINCIPAL VNEQ-A กองทุนเวียดนามในไทยที่มีผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดรอบปีที่ผ่านมา -
แนะนำกันมายาวนาน สำหรับการสะสมกองทุนที่เน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่มีการเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
รวมถึงกองทุนกลุ่ม healthcare ที่ผลประกอบการมั่นคง เนื่องจากจะได้รับผลกระทบน้อยหากมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ตอนนี้ก็ยังสะสมต่อเนื่องได้เลย
กองทุนเด่น ฝั่ง tech เช่น
TMBGQG ลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ ที่เติบโตมั่นคงทั่วโลก,
KFHTECH-A ลงทุนในหุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่มีการเติบโตโดดเด่น,
B-INNOTECH ลงทุนในหุ้นบริษัทที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ด้านความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี
นอกจากนี้ ผู้ที่ชอบกอง passive อาจพิจารณา
K-USXNDQ-A(A) หรือ SCBNDQ โดยทั้งสองกองทุนลงทุนตามดัชนี Nasdaq-100 ที่ไม่รวมกลุ่มสถาบันการเงิน
กองทุนเด่น ฝั่ง healthcare เช่น
BCARE กองทุน healthcare ยอดนิยมของไทย ที่เน้นลงทุนในบริษัทนวัตกรรมทางการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ,
KFHHCARE-A เน้นลงทุนในบริษัทกลุ่ม quality และ defensive โดยหลีกเลี่ยงหุ้นที่มูลค่าสูงเกินจริง,
KT-HEALTHCARE-A ผสมผสานบริษัทกลุ่ม defensive เช่น ยา และอุปกรณ์การแพทย์ กับกลุ่ม biotechnology ที่ช่วยสร้างการเติบโต