เขียนเมื่อ: 26 November 2022
การเคลื่อนไหวรอบสัปดาห์ Dow Jones +1.78%, S&P500 +1.53%, NASDAQ +0.72%, EU STOXX 600 +1.71% (ยุโรป), CSI300 -0.68% (จีน), TOPIX +2.57% (ญี่ปุ่น), SENSEX +1.02% (อินเดีย), VN100 +0.53% (เวียดนาม), SET +0.21%
หุ้นโลกมี momentum ดีขึ้น หลังบันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ เปิดเผยถึงโอกาสในการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยต่อจากนี้ แม้ระดับอัตราดอกเบี้ยเป้าหมายจะยังคงสูงอยู่ (อ้างอิง)
ข่าวน่ากังวลฝั่งจีนเรื่องจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว จนรัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งออกมาประกาศให้ประชาชนกักตัว สั่นคลอนความหวังว่าจีนจะเปิดประเทศในช่วงต้นหรือกลางปีหน้า (อ้างอิง)
เวียดนามเริ่มเห็นแรงซื้อเพิ่มจากต่างชาติ หลังบริษัทกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พยายามดำเนินการเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นจากนักลงทุน อย่างไรก็ตามอัตราดอกเบี้ยธนาคารเวียดนามที่สูงกว่า 10% ยังกดดันมุมมองนักลงทุนรายย่อย (อ้างอิง1, อ้างอิง2)
สัญญาณตลาดหุ้นโลกเริ่มทรงตัว หลัง Fed มีแนวโน้มชะลอการขึ้นดอกเบี้ย แม้การขึ้นดอกเบี้ยจะยังดำเนินต่อไป
อาจเป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นตัวระยะยาว แนะนำผู้ที่ชะลอการลงทุนมาในช่วงก่อนหน้าเริ่มเข้าสะสม หรือเพิ่มอัตราการลงทุน
เน้นการลงทุนในบริษัทที่แข็งแกร่งและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนที่เรามีมุมมองต้องการร่วมเป็นเจ้าของในธุรกิจเหล่านั้น
กองทุนเด่น เช่น
KFGBRAND-A ลงทุนในบริษัทที่ยั่งยืน มีแบรนด์แข็งแกร่ง สามารถสร้างรายได้ในทุกสภาวะตลาด,
B-INNOTECH ลงทุนในหุ้นบริษัทที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ด้านความก้าวหน้าและการพัฒนาทางเทคโนโลยี,
SCBNDQ(A) ลงทุนแบบ passive ตามดัชนี NASDAQ-100 ที่ติดตามบริษัทเติบโตขนาดใหญ่ 100 บริษัท
ตลาดเวียดนามเห็นแรงซื้อจากต่างชาติเพิ่มขึ้น แม้ปัจจัยดอกเบี้ยเงินฝากในประเทศยังกดดันนักลงทุนรายย่อย
นักลงทุนระยะยาวสามารถใช้โอกาสในการทยอยสะสมอย่างต่อเนื่อง
กองทุน และ DR ที่น่าสนใจ เช่น
PRINCIPAL VNEQ-A กองทุนเวียดนามที่มีผลตอบแทนโดดเด่นมายาวนาน,
E1VFVN3001 อ้างอิง E1VFVN30 ETF ซึ่งมีนโยบายการลงทุนอ้างอิงดัชนี VN30 หุ้นชั้นนำ 30 ตัวแรกของเวียดนาม,
FUEVFVND01 อ้างอิง DIAMOND ETF ซึ่งลงทุนในบริษัทเวียดนามที่มีสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างชาติสูง สะท้อนมุมมองโอกาสเป็น Super Stock